FOLLOW US :     |     LANG :      
  นโยบายสีเขียว
เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

สเมกมีค่านิยมและนโยบายในการพัฒนาอย่างอย่างต่อเนื่องในเรื่องความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมมานานหลายปี

สำนักงานใหญ่ของสเมกเป็นสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน แสดงถึงความมุ่งมันของบริษัทที่มีต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการให้ความสำคัญด้านการออกแบระบบนิเวศน์ และการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว ที่มีประสิทธิภาพสูงโดยสิ้นเปลืองพลังงานน้อยที่สุด

 

สำนักงานสีเขียว

 

สำนักงานใหญ่ของสเมกได้รับการเสนอชื่อว่าเป็นหนึ่งในอาคารทันสมัยที่สุดในอิตาลี ต้องขอบคุณการบริการจัดการที่ชาญฉลาดและนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืน อาคารสำนักงานใหญ่ถูกออกแบบโดย Guido Canali และได้ชนะการประกวดการแข่งขัน  Modena Domotics ในงาน Bio-architecture Week ในปี 2007

 

สำนักงานใหญ่ของสเมกได้ถูกนำเสนอในงาน International Architecture ครั้งที่ 13 ณ เมืองเวนิซ ในปี 2012 ในฐานะที่เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมที่เป็นเลิศของอิตาลี มีโครงสร้างที่เป็นมิตร และใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและการดำเนินชีวิตของคนเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

 

ตัวตึกได้ออกแบบแบบบูรณาการที่ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของออฟฟิต และโรงงานมีการติดตั้งเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด มีความปลอดภัยของระบบจัดการและการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ในส่วนของระบบไฟฟ้าและการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม

 

บริษัทมีนโยบายที่จะไม่สร้างสิ่งก่อสร้างใด ๆ ในบริเวณโดยรอบเกินกว่า 30-33% ของพื้นที่ทั้งหมด เพื่ออนุรักษ์สภาพแวดล้อมโดยรอบ( หรือคงไว้นับตั้งแต่มีการปลูกต้นไม้เพิ่ม 4,000 ต้น) แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจถึงสภาพแวดล้อมโดยรวมและผู้คนที่อาศัยอยู่รอบ ๆ สำนักงานใหญ่

 


ดีไซน์ที่เปี่ยมไปด้วยจิตสำนึก

ผลิตภัณฑ์ของสเมก ไม่ว่าจะเป็นเตาอบ เตาแก๊ส เครื่องชงกาแฟ เตาปรุงอาหาร เครื่องล้างจาน เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า เครื่องดูดควัน อ่างล้างจาน ตู้เย็น ตู้แช่เย็น ทุกชิ้นล้วนแล้วแต่ถูกออกแบบภายใต้จิตสำนึกแห่งการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม


สิ่งสำคัญที่สุดคือการคัดเลือกวัตถุดิบ เช่น เหล็ก แก้ว อลูมิเนียม หรือ ทองเหลือง ที่สามารถนำไปผ่านกระบวนการรีไซเคิลได้ ซึ่งได้รับการวางแผนมาอย่างละเอียดอ่อน

 

ยิ่งไปกว่านั้นสเมกยังดำเนินการตามข้อกำหนดของสหภาพยุโรป (EU) ที่เกี่ยวข้องกับ RoHS (Restriction of Hazardous Substances หรือข้อบังคับเกี่ยวกับวัตถุอันตราย) และ REACH (Reistration, Evaluation, Authorisation and Restriction of Chemical Substances หรือ การขึ้นทะเบียน, การประเมินผล, การขออนุญาตและข้อกำหนดเกี่ยวกับสารเคมี)ซึ่งมีความเข้มงวดสูงกว่ามาตรฐานขั้นต้น

 

คำสั่ง RoHS นั้นมีความเข้มงวดสูงมากเกี่ยวกับการใช้วัตถุอันตรายและสารอันตรายต่างๆ เช่น ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท โครเมียมVI โพลีโบรมิเนทเต็ด เบไฟนิล (PBBs) และ โพลีโบรมิเนทเต็ด ไดฟีนิล อีเธอร์ (PBDEs)

 

กฏ REACH คำนึงถึงการครอบครองสารเคมี มีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่าสุขภาพของเหล่ามวลมนุษยชาติและสิ่งแวดล้อมจะถูกปกป้องไว้อย่างเต็มความสามารถ

 

การผลิตที่ยั่งยืน 

 

กลุ่มบริษัทสเมกดำเนินงานโดยยึดถือในบรรทัดฐานแห่งความยั่งยืน จาก การคัดเลือกซัพพลายเออร์ที่มุ่งเน้นต่อระบบสิ่งแวดล้อม และการใช้บรรจุภัณฑ์แบบรีไซเคิล รวมถึงทางเลือกอื่นๆในการขนส่ง

 

สเมกให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ในช่วงปีที่ผ่านมาทางบริษัทสามารถลดมลปริมาณการปล่อยอากาศเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดการใช้ทรัพยากร เช่น น้ำ ไฟฟ้า และวัตถุดิบสำหรับบรรจุภัณฑ์ในการผลิต

 

บริษัทได้นำนวัตกรรมในการจัดการสิ่งปฏิกูล : ทั้งปริมาณของของเหลือในการผลิตและระดับความอันตรายลดลง และมีการปรับปรุงระบบการคัดแยกวัตถุดิบที่เหลือเพื่อนำไปรีไซเคิล หรือนำกลับมาใช้ใหม่ให้ดียิ่งขึ้น

 

สำหรับสเมก ระบบนิเวศ ไม่ใช่แค่การสร้างเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด แต่ยังติดตามถึงกระบวนการผลิตที่ช่วยสะท้อนหรือช่วยพัฒนามาตรฐานการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างมากแต่สเมกเห็นสิ่งนี้เป็นสิ่งแรกที่ให้ความสำคัญ

 

นโยบายสีเขียว 

ประสิทธิภาพสูง และ การสิ้นเปลืองพลังงานต่ำ คือฟีเจอร์หลักของเตาอบ เตาแก๊ส เครื่องล้างจาน เครื่องอบจาน เครื่องดูดควัน ตู้เย็นแบบบิลด์อิน อ่างล้างจาน และเครื่องชงกาแฟสเมก 

 

ประเด็นสำคัญที่สุดคือการทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับเรตติ้งการสิ้นเปลืองพลังงานในระดับดีที่สุด เพื่อที่จะช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมรวมถึงพัฒนาคุณภาพของชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

 

นโยบายแห่งความยั่งยืน

สเมกสนับสนุนความยั่งยืนของระบบสิ่งแวดล้อม และ ความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งสามารถเห็นได้จากนโยบายQuality, Health, Safety & Environment (QHSE หรือ คุณภาพ สุขภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม) ที่ตอบสนองต่อมาตรฐาน UNI EN ISO 9001, UNI EN ISO 14001 และ OHSAS โดยมาตรฐานทั้งหมดนี้มีความสอดคล้องกัน ทำให้ง่ายต่อการผสานระบบการจัดการทั้งสามระบบ

 

UNI EN ISO 9001  คือมาตรฐานที่ตีกรอบความจำเป็นพื้นฐานในการจัดการระบบเชิงคุณภาพ เพื่อที่จะช่วยพัฒนาระบบการผลิตและกระบวนการจัดการ ช่วยสร้างความมั่นใจในคุณภาพสินค้าและเพิ่มระดับความพึงพอใจของลูกค้า 

UNI EN ISO 14001 คือมาตรฐานที่ตีกรอบความจำเป็นพื้นฐานในการจัดการระบบเชิงสิ่งแวดล้อม และยังเป็นแนวทางให้กับบริษัทในการสร้างนโยบายสิ่งแวดล้อมยั่งยืนและมลภาวะ  มาตรฐานการรับรองนี้เน้นการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอย่างเกิดประโยชน์สูงสุด และการจัดการของเสียอย่างมีคุณภาพ

OHSAS 18001 การรับรองที่แสดงให้เห็นว่าสเมกได้นำระบบการจัดการสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงานมาใช้